Good evening, บุคคลทั่วไป

  • 8998
  • 1

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมื่อ: 31 สิงหาคม 2013, 11:48:52
  • กระทู้: 36
  • ระดับกำลังใจ = 3
  • คนรัก Mitsubishi L200
    • ดูรายละเอียด
เทคนิคการโหลดรถ
ก็อปเค้ามานะครับ  ขอขอบคุณก่อนเลยดีกว่าจาก http://www.sat2you.com/forum/index.php?showtopic=2833

ข้อดี
- ประหยัดงบ เพราะใช้งบประมาณไม่เกิน 800 บาท.
- ทำให้การทรงตัวมในการเลี้ยวโค้ง หรือ เบรค มั่นคงขึ้น

ข้อเสีย
- รับน้ำหนังบรรทุกได้น้อยลง
- มีอาการกระด้างเล็กน้อย ( อยู่ที่การเซ็ต ช็อคอัพ )

+ การโหลดในสเต็ปนี้นับเป็นการโหลดขั้นพื้นฐาน เพื่อต้องการความสวยงาน และการทรงตัวที่ดีขึ้น โดยใช้งบประมาณ 800 - 900 บาท

การโหลดรถกระบะ

การโหลดในด้านหน้าของรถกระบะ โดยส่วนมารถกระบะในเมื่องไทย จะมีการทำงานของระบบช่วงล่างอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบคอล์ยสปริง ซึ่งมีใช่กันอยู่ในรถกระบะ mitsubishi aerobody และ stradra และอีกแบบหนึ่งคือ ระบบช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบาร์ เราจะมาพูดถึง

การโหลดของระบบทอร์ชั่นบาร์กันก่อน

ระบบช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบาร์นั้นจะทำร่วมกับช็อคอัพ เพื่อช่วยในการขับแรงกระแทกอีกที การโหลดของช่วงล่างแบบนี้นั้น ทำได้โดยการ คลายน็อตทอร์ชั่นบาร์ที่อยู่บริเวณใต้ท้องรถ ใกล้กับกระปุกเกียร์ จะมีอยู่ 2 ฝั่งด้วยกัน ซ้าย - ขวา ให้คลายน้อตลงมาให้ได้ความเตี้ยตามความต้องการ ในระหว่างทำงานคลายน็อตทอร์ชั่นบาร์นั้น ควรเช็คดูด้วยว่า ทั้งสองข้างเท่ากันหรือไม่ โดยการใช้ตลับเมตรวัด ในกรณีที่มีการโหลดลงมามากๆ ประมาณ 5 นิ้วขึ้นไป ต้องมีการถอดแท่งทอร์ชั่นบาร์คลายความเป็นสปริงลงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดความกระด้างเกินไป และเพื่อให้ทอร์ชั่นบาร์ปรับความเตี้ยได้สูงสุด เมื่อได้ความเตี้ยมากแล้วก็จะเกิดความกระด้างที่เกิดจากการยันตัวของยางกัน กระแทกกับคัสซีส์ การแก้ไขโดยการตัดยางกันกระแทกออกประมาณ 50 % ของความหนายางกันกระแทก หรือถ้าเตี้ยมากๆ ก็อาจจะต้องถอดออกไปเลย หรือถ้าบางครั้งที่ถอดออกแล้วยังเกิดการกระแทกอยู่ ก็ต้องมีการย่นคัสซีส์ในส่วนที่กระแทกกับยางกันกระแทกด้วย

คราวนี้ก็มาถึงการโหลดในรถกระบะ MITSUBISHI ซึ่งมีช่วงล่างด้านหน้าแบบคอล์ยสปริง ซึ่งทำงานร่วมกันช็อคอัพเช่นกัน การโหลดในช่วงล่างแบบนี้ก็คือ การตัดคอล์ยสปริงให้มีความเตี้ยลง ตามที่เราต้องการ ถ้าโหลดลงมามากๆ ก็จะต้องมีการระเบิดซุ้มล้อหรือเบ้ารองรับสปริงช่วยเพื่อให้ปีกนกขึ้นมาได้ สูงสุด โดยไม่ติดเข้าสปริง

ในการโหลดของช่วงล่างทั้น 2 แบบนี้ จะส่งผลไปยังช็อคอัพด้วย เพราะถ้าคุณกดเตี้ยประมาณ 5 นิ้วขึ้นไป จะเกิดการยันตัวของแกนช็อคอัพ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการกระด้าง และผลเสียที่ตามมาอีกอย่างก็คือ เมื่อเกิดการยันของแกนช็อคอัพจะทำให้แกนช็อคอัพคตได้ เมื่อแกนช็คอัพคตคราวนี้แหละที่จะต้องเปลี่ยนช็คอัพใหม่กันเลย ซึ่งทางที่ดี เมื่อคุณกดเตี้ยมากกว่า 5 นิ้ว ควรจะนำช็คอัพไปตัดแกน และอัดน้ำมันเพิ่มความหนืด เพื่อตัดปัญหาการยันตัวของช็อคอัพ หรือบางคนที่ต้องการความชัวร์ และความนุ้มนวล ก้อาจจะซื้อ ช็อคอัพแกนสั้นมาใส่แทนเข้าไป ซึ่เดี่ยวนี้มีขายมากขึ้นกว่าสมัยก่อนแล้ว

ปัญหาอีกอย่าง เมื่อทำการกดเตี้ยกันมากๆ ระดับ 5 นิ้วขึ้นไป ขาไก่ ซึ่งอยู่ที่ปลายกระปุกพวงมาลัยจะลงมาติดกับคันส่งกลางในระบบบังคับเลี้ยว แล้วจะเกิดอาการผืด และที่อันตรายที่สุดคือ เวลาเลี้ยวที่ต้องหักพวงมาลัยมากๆ เช่น เลี้ยว ยูเทรินย์ ขาไก่จะติดกับคันส่งกลาง ทำให้พวงมาลัยไม่คืนกลับ ต้องใช้มือช่วยมือหมุนพวงมาลัยกลับ ก็คิดดูละกันนะว่าลำบากขนาดไหน

การโหลดในด้านหลัง

รถ กระบะทุกรุ่นในบ้านเราจะมีระบบรองรับการสั่นสะเทือนเหมือนกันหมดก้คือ การใช้ชุดแทนร่วมกันช็อคอัพ การโหลดของช่วงล่างแบบนี้ก็คือ การ ชัก - ดัด - รอง ซึ่งจะอธิบาย เป็นขั้นตอนต่อไป

การชัก

การชักที่พูดถึงนี้ก็คือ การชักแผ่นแหนบออกจากเดิมที่มีอยู่เดิมชุดละประมาณ 5 - 6 แผ่น โดยจะชักแหนบบรรทุกออก ก็คือแผ่นที่สั้นที่สุดนั้นแหละครับ ซึ่งเราต้องกดแหนบแผ่นนั้นออก เพราะถ้าไม่ถอดออกจะกระด้างมากครับ ถ้าในกรณีที่โหลดลงมามากๆ ต้องชักออกถึง 2 แผ่นด้วยกัน ก็คือ แผ่นที่สั้นที่สุดและแผ่นที่รองลงมา เพื่อลดอากากกระด้างของช่วงล่าง

การดัดแหนบ

การดัดแหนบเป็นขั้นตอนที่ถัดมาจากจากชักแหนบออก ซึ่งหลังจากการชักแหนบบรรทุกออกแล้วก็นำแหนบทั้งหมดมาประกอบเข้าด้วยกันและ ทำการดัด โดยใช้เครื่องกดไฮดรอลิคส์ ขนาด 30 ตันขึ้นไป โดยในขั้นตอนการดัดนี้ สามารถเลือกได้ว่า จะเอาเตี้ยขนาดไหน โดยส่วนมากแล้วจะดัดให้มีความตรงเป็นหลัก ซึ่งก็จะได้ความเดชตี้ยประมาร 4 - 5 นิ้วถ้าอยากให้เตี้ยกว่านี้ก็ต้องดัดให้โค้งกลับไปอีกด้านหนึ่ง แต่ความเป็นสปริงของชุดแหนบจะไม่เหลืออีกเลย ทำให้มีความกระด้างเกิดขึ้นได้

การรองแหนบ

เมื่อทำการ ชัก - ดัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วอยากจะได้เตี้ยกว่านี้อีกก็ต้องทำการรองแหนบเป้นขั้นตอนต่อไป โดยจะรองด้วยเหล็กรอง ซึ่งมีลักษณะเป็นกล่องเหล็กรูปสี่เหลี่ยมรู้สีเหลี่ยมผืนผ้า มีความสูงตามขนาดที่ต้องการ คือ 1 - 3 นิ้ว โดยเหล็กรองนี้ จะใช้รองอยู่กึ่งกลางระหว่างชุดแหนบกับชุดเพลาท้าย เมื่อทำการรองแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนชุดสาแหรกด้วย 4 ตัว โดยให้มีความยาวเท่ากับความสูงของเหล็กรองที่ได้รองเข้าไป เช่น ถ้าคุณรองกล่องที่มีความสูง 2 นิ้ว คุณก็ต้องซื้อ สาแหรก ที่มีความยาวเพิ่มขึ้น 2 นิ้วเช่นกัน ส่วนมากแล้ว ทางร้านจะจัดชุดสำเร็จมาให้แล้ว ซื้อมาทั้งชุดก็สามารถใส่ได้เลย หลังจากที่ทำการโหลดเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการตั้งศูนย์ถ่วงล้อกันใหม่ เพื่อให้ล้อทั้ง 2 ข้าง มีความบาลานซ์กัน และ ลดปัญหาพวงมาลัยกิน ซ้าย - ขวา หรือพวงมาลัยสั่น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับรถที่โหลดเตี้ยทั้งหลาย


เมื่อ: 31 สิงหาคม 2013, 12:35:02
  • ตำแหน่ง: Global Moderator
  • กระทู้: 1,389
  • ระดับกำลังใจ = 24
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ :^1great^:
สั่งซื้อสติกเกอร์..ทักเฟส..ชัยนาท  เรืองคำ


Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 

Facebook Comments