Good afternoon, บุคคลทั่วไป

  • 20320
  • 1

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมื่อ: 02 มกราคม 2013, 18:44:50
  • ตำแหน่ง: Administrator
  • กระทู้: 1,631
  • ระดับกำลังใจ = 104
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • ชลบุรี ออนไลน์ ชุมชนใหม่ ของชาวชลบุรี
   ตำนานความสำเร็จของทีมแข่ง MITSUBISHI ในแรลลี่หฤโหดก้องโลกอย่าง ปารีส-ดาการ์ ที่สืบเนื่องมายาวนานนับทศวรรษนั้นคงไม่มีใครติดใจสงสัยในความยอดเยี่ยมของทั้งรถแข่งทั้งคนขับแต่อย่างใด แต่ที่ยังติดใจกันอยู่ก็คือ...เมื่อไหร่มิตซูบิชิจะถ่ายทอดสุดยอดเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ระดับตำนานนั้นมาให้คนทั่วไปได้สัมผัสความแรงของมันบ้าง ?

   รอคอยกันมานานทีเดียว แต่มิตซูบิชิก็รู้ใจคอปิกอัพดี จึงเปิดตัวเครื่องยนต์บล็อกใหม่...RALLY MASTER ขุมพลัง 2,800 ซี.ซี. เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ เครื่องยนต์สายพันธุ์แรงที่ได้รับการถ่ายทอดสุดยอดเทคโนโลยีมาจากรถที่คว้าแชมป์แรลลี่โลกปารีส-ดาการ์



   ขุมพลังใหม่นี้บรรจุอานุภาพความแรงไว้ถึง 125 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 292 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที !

   นอกจากนี้ยังเสริมความสมบูรณ์แบบของเครื่องยนต์ด้วยระบบอินเตอร์คูลเลอร์พร้อมพัดลมไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องการระบายความร้อนของอากาศในอินเตอร์คูลเลอร์เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ และเพิ่มกำลังมากยิ่งขึ้น เรื่องความแรงจึงไม่ต้องพูดถึง

   ขณะเดียวกันค่ายมิตซูบิชิก็ไม่ได้มองข้ามเรื่องความทนทานของเครื่องยนต์ จึงสอดใส่เทคโนโลยีระบบออยล์เจ็ตสเปรย์และออยล์คูลเลอร์เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการหล่อลื่นเครื่องยนต์ พร้อมเพลาถ่วงสมดุล ไซเลนชาฟท์ ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบและเงียบกว่า...

   สมแล้วที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น...ความแรงใหม่...สายพันธุ์แชมป์โลกตัวจริง

   มิตซูบิชิได้ทำการติดตั้งขุมพลังความแรงใหม่ไว้ในรถออฟโรดตัวดังของค่ายหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น G-WAGON , STRADA SUPER 2.8 GLS 4WD รวมทั้งใน GRANDIS 2.8 TURBO GLS 4WD คันที่จะแนะนำกันในฉบับนี้ด้วย

STRADA GRANDIS 2.8 TURBO GLS 4WD
มาดมั่น...ในแบบฉบับลูกผู้ชายออฟโรด
   "สตราดา แกรนด์ดิส 2,800 เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์" เป็นปิกอัพ 4 ประตูของมิตซูบิชิที่มีรูปลักษณ์บึกบึน คมเข้ม ในแบบฉบับของลูกผู้ชายสายพันธุ์ออฟโรดทุกกระเบียดนิ้ว ดีไซน์ของรูปทรงสามารถผสมผสานความโค้งมนและความบึกบึนได้อย่างลงตัว ขับเน้นด้วยชุดแต่งโครเมี่ยมและสีทูโทนให้ดูเท่อย่างมีระดับ กันชนหลังโครเมี่ยมดูแกร่งสไตล์ยุโรป บนฝากระโปรงหน้าใส่สคูปดักลมเพื่อช่วยระบายความร้อนและทำให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น......องค์ประกอบทุกอย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์ในแบบฉบับออฟโรดพันธุ์แท้ของมิตซูบิชิ


   ภายในห้องโดยสารแบบรถปิกอัพสี่ประตูทำให้ STRADA GRANDIS 2.8 TURBO GLS 4WD ดูมีห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ขณะที่การตกแต่งเน้นมาดสปอร์ตเต็มตัวด้วยแผงมาตรวัดสีมิลเลนเนียม พร้อมมาตรวัดพิเศษ ทริปเปิล มิเตอร์ เพื่อการเดินทางแบบออฟโรดโดยเฉพาะ เบาะนั่งสีทูโทนพร้อมพนักพิงศีรษะแบบแบบซีทรู เสริมความหรูด้วยชุดแต่งลายไม้ กระจกกรองแสงรอบคันช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ชัดเจนขึ้น ที่พักแขนระหว่างเบาะหน้าช่วยผ่อนคลายขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี และระบบปรับอากาศและวิทยุเทปไฮ-พาวเวอร์ พร้อมลำโพง 4 ตัว ก็ทำให้การเดินทางกลายเป็นความสุนทรีย์ในชีวิตไปเลยทีเดียว

   นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยเพาเวอร์ ปรับสูง-ต่ำได้ กระจกประตูปรับไฟฟ้า กระจกข้างโครเมี่ยมปรับไฟฟ้า ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง ที่ปัดน้ำฝนปรับหน่วงเวลา กุญแจรีโมท ไฟเบรกดวงที่ 3 ที่ฝากระบะท้าย ไฟเลี้ยวสีขาวฝังในกันชนหน้า ฯลฯ และเสริมความหล่อด้วยล้ออัลลอยด์ใหม่ ขอบ16 นิ้ว

   ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เอ็ม-ซอฟ (M-SOF) ของมิตซูบิชิ ซึ่งเป็นต้นตำรับเกียร์ ชิฟท์ออนเดอะฟลาย (SHIFT-ON-THE-FLY) ที่คนขับสามารถปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนจากแบบ 2 ล้อเป็น 4 ล้อได้ทันที โดยไม่ต้องหยุดรถ(ที่ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.) จะทำให้การเดินทางทุกความท้าทาย ทุกสภาพถนนที่เปลี่ยนไปกลายเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่มาเที่ยวนี้ สตราดา แกรนด์ดิส 2,800 เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ เหนือชั้นขึ้นไปอีกด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดที่มาพร้อม ออโต้โมด (A/T MODE) ที่ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ไม่แพ้รถเก๋ง ส่วนใครถนัดเกียร์แมนน่วลก็ไม่ผิดหวังเช่นกัน

   ขณะเดียวกันก็ให้ความเชื่อมั่นและอุ่นใจในความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของมิตซูบิชิ สตราดา ด้วยตัวถังแบบ เอ็ม-เซฟ (M-SAFE) ที่สามารถดูดซับแรงปะทะจากด้านหน้าและด้านหลังได้เป็นอย่างดี ช่วยปกป้องผู้ที่อยู่ในห้องโดยสารได้อย่างปลอดภัยหากเกิดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันก็มีการเสริมแนวป้องกันด้านข้างด้วยคานเหล็กคู่นิรภัยในประตู และแชสซีส์เป็นแบบแลดเดอร์เฟรม (LADDER FRAME) ก๊อปปี้เดียวกับรถสตราดาที่เพิ่งจะชนะในการแข่งขันแรลลี่โหดอมตะอย่างดาการ์ 2003 มาหมาดๆ

   ระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ทอร์ชั่นบาร์และเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่นซ้อนพร้อมโช้คอัพไขว้ ที่ให้ความมั่นคงในการควบคุมรถได้ในทุกสภาพเส้นทางไม่ว่าจะออนโรดหรือออฟโรด และเสริมเขี้ยวเล็บในการลุยในเส้นทางออฟโรดด้วยเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ด สลิป จึงทำให้มั่นใจได้ในทุกสภาพเส้นทาง

   แล้วก็เสริมด้านความปลอดภัยขึ้นไปอีกระดับด้วยถุงลมนิรภัยด้านคนขับ เข็มขัดนิรภัย ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และดรัมเบรกหลังพร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุก พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 3 แชนแนล 4 เซ็นเซอร์

   ทั้งหมดนี้คือความยอดเยี่ยมของ STRADA GRANDIS 2.8 TURBO GLS 4WD ใหม่ที่ได้ขุมพลัง RALLY MASTER....ความแรงใหม่...สายพันธุ์แชมป์โลกตัวจริง มาเสริมความร้อนแรง แถมยังมีเกียร์ออโต้ให้เลือกเล่นอีกต่างหาก...เหลือร้ายจริงๆ

ที่มา : นิตยสารออฟโรด ฉบับที่ 98
        ประจำเดือน มิถุนายน  2546

ไปเล่น Honda br-vมั่ง หรือจะเอา New Triton 2015 New Pajero Sport


เมื่อ: 03 มกราคม 2013, 04:46:41
  • ตำแหน่ง: Moderator
  • กระทู้: 204
  • ระดับกำลังใจ = 102
  • เพศ: ชาย
  • เรียนรู้ สู่การสร้างสรร
  • ทำเองได้ ทำไมต้องรอคนอื่น
    • ดูรายละเอียด
ข้อความจาก โคสะนา ไปเอามาฝากครับ

    ปารีส-ดาการ์ คือสังเวียงการแข่งขันแรลลี่โลก ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ทีมใดที่ชนะการแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหดนี้ ก็ต้องการันตีได้ทั้งในเรื่องของสมรรถนะรถยนต์ และตัวนักขับได้เป็นอย่างดี
       ทั้งนี้หากค่ายม้าลำพอง "เฟอร์รารี่" คือ ตำนานของสนามเอฟ-วันฉันใด "มิตซูบิชิ" ก็ย่อมเป็นตำนานของสนามปารีส-ดาการ์เฉก เช่นเดียวกัน
       ดังนั้นเครื่องยนต์แรลลี่ มาสเตอร์ (RALLY MASSTER) ขุมพลัง 2800 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์ คูลเลอร์ (TURBO INTERCOOLER) ซึ่งเป็นสายพันธุ์แรง ที่ถ่ายทอดจากรถแรลลี่แชมป์โลก "ปารีส-ดาการ์" จึงย่อมการันตีในเรื่องของสมรรถนะได้เป็นอย่างดี
       ที่สำคัญผู้บริโภคชาวไทยได้มีโอกาส ที่จะสัมผัสขุมพลังแรงจากเครื่องยนต์ แรลลี่ มาสเตอร์ แล้วเช่นกัน เมื่อมิตซูบิชิประเทศไทยได้นำเครื่องยนต์ดังกล่าว มาติดตั้งในรถยนต์สองรุ่น คือ ปิกอัพ 4 ประตู มิตซูบิชิ สตราดา แกรนดิส และรถอเนกประสงค์ สตราดา จี-แวกอน เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกใช้งานได้ตามความต้องการ
       เนื่องจากเครื่องยนต์แรลลี่ มาสเตอร์ เป็นสายพันธุ์มาจากสตราดา ที่ชนะในการแข่งแข่งขันแรลลี่ปารีส-ดาการ์ จึงมีพลังจัดถึง 125 แรงม้า ที่ 4000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 292 นิวตัน-เมตร ที่ 2000 รอบ/นาที และยังสมบูรณ์ด้วยระบบอินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมพัดลมไฟฟ้าช่วยเสริมการ ระบายความร้อนของอากาศในอินเตอร์คูลลอร์ จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ และเพิ่มกำลังให้มากขึ้น
       นอกจากนี้ยังทนทานเป็นเลิศ ด้วยระบบออยล์เจ็ทสเปรย์ และออยล์คูลเลอร์ เสริมประสิทธิภาพการหล่อลื่นเครื่องยนต์ พร้อมเพลาถ่วงสมดุล ไซเลน ชาฟท์ เครื่องยนต์จึงเดินเรียบ และเงียบ
       ทั้งนี้ทั้งสตราดา แกรนดิส และสตราดา จี-แวกอน จะเป็นรถต่างประเภทกัน คือเป็นรถปิกอัพ 4 ประตู และรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง แต่โดยพื้นฐานแล้วก็มาจากโครงสร้างเดียวกัน ดังนั้นหน้าตาและรายละเอียดจึงไม่แตกต่างกัน

       โดยดีไซน์รูปทรงได้ผสานความโค้งมน และความบึกบึนได้อย่างลงตัว เพิ่มความหรูด้วยชุดแต่งโครเมียม และสีทูโทนที่เป็นเอกลักณ์มาตั้งแต่ต้น พร้อมกับเพิ่มสีทูโทนใหม่ ORIENTAL BURGANDY และ CHROMATIC SILVER ส่วนกันชนหลังโครเมียมสไตล์ยุโรป ดุดันกับสคูปดักลมบนฝากระโปรงหน้า
       ในรุ่นจี-แวกอน ยังเพิ่มความสะดุดตากระจังหน้าและกันชนหน้าสไตล์ใหม่ เฉพาะรุ่นพิเศษ EURO Evolution แตกต่างจากรุ่นทั่วไป ให้ความรู้สึกคมเข้มแฝงด้วยความดุดัน แต่ยังความปราดเปรียวและแข็งแกร่งในทุกสัมผัส เช่นเดียวกับสายพันธุ์พิเศษอีโวลูชั่นทั่วโลก
       ภายในห้องโดยสารยังได้ตกแต่งให้มีบุคลิกความเป็นสปอร์ต ด้วยแผงมาตรวัดสีมิเลนเนียม เบาะนั่งสีทูโทนพร้อมพนักพิงศีรษะแบบซีทรู หรูด้วยชุดแต่งลายไม้ กระจกกรองแสงรอบคันเพิ่มทัศนวิสัยให้ชัดเจน ระบบปรับอากาศและวิทยุเทปไฮ-พาเวอร์ พร้อมลำโพง 4 ตัว และครบคันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย
       สตราดา 2800 เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ยังได้เพิ่มความสบายใหม่ กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมออโต้โมด(A/T MODE) ซึ่งให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ตลอดการเดินทาง
       ช่วงล่างแข็งแกร่งด้วยแชสซีส์แบบ เลดเดอร์เฟรม (LADDER FRAME) ที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับรถสตราดา ที่ชนะในการแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหด ดาการ์ 2003 แต่นุ่มนวลกับระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ทอร์ชั่นบาร์และเหล็กกันโคลง ด้านหลังแหนบแผ่นซ้อนพร้อมโช้กอัพไขว้ จึงให้สมรรถนะการทรงตัวอย่างมั่นคงในทุกสภาพเส้นทาง
      สำหรับสนนราคาค่าตัวของเครื่องยนต์ 2800 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ในปิกอัพ 4 ประตู มิตซูบิชิ สตราดา แกรนดิส เคาะที่ 7.79-8.24 แสนบาท และสตราดา จี-แวกอน ขายที่ 1.152-1.207 ล้านบาท
       ใครที่ชอบพลังแรงของสายพันธุ์แชมป์โลกตัวจริง เชิญทดลองได้ตามโชว์รูมมิตซูบิชิทั่วไปก่อนตัดสินใจซื้อ
 11 สิงหาคม 48


Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 

Facebook Comments