ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ทดลองขับ Mitsubishi L-200 STRADA Grandis 2.8 TURBO Rally Master  (อ่าน 6421 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

. . .

  • ทำเองได้ ทำไมต้องรอคนอื่น
  • ผู้ช่วยคนขับ
  • ***
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 204
  • ระดับกำลังใจ = 102

  • เรียนรู้ สู่การสร้างสรร
    • ดูรายละเอียด
ทดลองขับ Mitsubishi L-200 STRADA Grandis 2.8 TURBO Rally Master
« เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 11:30:54 »
  • Publish
  • การทดลองขับ โดยคุณ Jimmy เมื่อปี 2003 น่ะครับ



    รีวิว GRANDIS 2.8 TURBO 4AT :
    0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทดลอง 4 ครั้ง

    ครั้งที่ 1...16.29 วินาที
    ครั้งที่ 2...16.12 วินาที
    ครั้งที่ 3...16.08 วินาที
    ครั้งที่ 4...16.69 วินาที

    เฉลี่ย...16.29 วินาที

    อัตราเร่ง 80-100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทดลอง 3 ครั้ง

    ครั้งที่ 1...6.16 และ 14.43 วินาที
    ครั้งที่ 2...6.28 และ 15.28 วินาที
    ครั้งที่ 3...7.56 และ 15.50 วินาที

    เฉลี่ย...6.66 และ 15.07 วินาที

    ความเร็วสูงสุดในแต่ละเกียร์ เปลี่ยนเกียร์ ณ รอบเครื่องยนต์ 4,200 รอบ/นาที

    เกียร์ 1...42 กิโลเมตร/ชั่วโมง
    เกียร์ 2...86 กิโลเมตร/ชั่วโมง
    เกียร์ 3..130 กิโลเมตร/ชั่วโมง

    ความเร็วสูงสุด 158 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 3,600 รอบ/นาที

    ------------------------------------------------

    เมื่อได้ลองขับรุ่น 2.8 เทอร์โบ แล้ว

    เพื่อการเปรียบเทียบสมรรถนะให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงได้ลองขับ แกรนดิส รุ่น 2.5 วีจี-เทอร์โบ
    เพิ่มอีก 1 รุ่น ตั้งเป้าหมายประกบกับ แกรนดิส 2.8 เทอร์โบ

    สมรรถนะออกมาดังนี้ครับ

    GRANDIS 2.5 VG-TURBO  เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
    0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทดลอง 4 ครั้ง

    ครั้งที่ 1...18.04 วินาที
    ครั้งที่ 2...18.98 วินาที
    ครั้งที่ 3...19.07 วินาที
    ครั้งที่ 4...19.89 วินาที

    เฉลี่ย...18.995 วินาที

    ตั้งข้อสังเกตในอัตราเร่งของรุ่น วีจี-เทอร์โบ ไว้ว่า น่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่านี้
    ประมาณ 0.5 - 1 วินาที เนื่องจากการออกตัว มีอาการหมุนฟรีที่ล้อในบางครั้งที่ทดสอบ
    ดังนั้น ตัวเลขข้างบนนี้ จึงลงไว้ให้เพื่อประกอบการพิจารณาเท่านั้น
    ไม่แนะนำให้ใช้อ้างอิงใดๆ

    อัตราเร่ง 80-100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทดลอง 3 ครั้ง โดยใช้เกียร์ 4
    เพื่อให้เหมือนกับคันก่อนหน้านี้ที่ทดสอบ
    แม้ว่ามีอัตราทดเกียร์ 4 ของเกียร์อัตโนมัติ V4A51 จะอยู่ที่ 0.731
    ขณะที่เกียร์ธรรมดาของทุกรุ่นจะอยูที่ 1.000  ก็ตาม

    ครั้งที่ 1...6.31 และ 12.63 วินาที
    ครั้งที่ 2...5.76 และ 12.96 วินาที
    ครั้งที่ 3...8.05 และ 14.01 วินาที

    เฉลี่ย...6.706 และ 13.2 วินาที

    ความเร็วสูงสุดในแต่ละเกียร์

    เกียร์ 1...40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 4,500 รอบ/นาที
    เกียร์ 2...70 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 5,000 รอบ/นาที
    เกียร์ 3..110 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 4,950 รอบ/นาที
    เกียร์ 4..114 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 4,750 รอบ/นาที

    ความเร็วสูงสุด ที่เกียร์ 5 = 158 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 3,600 รอบ/นาที

       ด้านระบบกันสะเทือนนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผมจึงยังขอยืนยันเช่นเดิมว่า มิตซูบิชิ พยายามจะเซ็ตรถกระบะรุ่นที่เน้นให้คนโดยสาร ทั้ง 3 แบบนี้ให้เอาใจลูกค้าคนไทยพอสมควร เพราะเน้นเซ็ตให้ มีความนุ่มที่พอรับได้ในแบบรถกระบะ และหนึบในระดับที่ยังต้องมีลุ้นอยู่พอสมควร
       เมื่อทดลองเปลี่ยนเลนกระทันหันในช่วงความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ถ้าในช่วงโค้ง ไม่ว่าจะอยู่ในระดับความเร็วเท่าใด ถือว่าตอบสนองได้อย่างน่าพอใจ ไม่ต้องลุ้นมากนัก แต่ด้วยเหตุที่คราวที่แล้ว เป็นการทดสอบที่ไม่เต็มเม็ดเต็มหนน่วยมากเท่าครั้งนี้
    ดังนั้น ข้อสรุปในใจของผมจึงเปลี่ยนไปจากครั้งก่อน

       บนทางโค้งแบบทั่วไป ผมสาดเข้าไปเต็มๆในระดับประมาณ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้ง 3 คัน ก็ไม่หวาดเสียวมากนัก แถมยังมั่นคง ไว้ใจได้ แต่ในโค้งที่มีความลึกมากขึ้น ความเร็วหน้าโค้งที่ระดับ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง แต่ไม่หลุด นั่นหมายความว่า คุณต้องปล่อยคันเร่ง แล้วปล่อยให้ความเร็วออกจากโค้งอยู่ที่ระดับ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง

       ถือว่าระบบกันสะเทือนหน้าอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมทอร์ชันบาร์ และเหล็กกันโคลงหน้าช่วยในช่วงการเข้าโค้งได้ดี ส่วนระบบกันสะเทือนหลังของรุ่น จี-แวกอน ใช้แหนบ 4 ชั้น แถมเหล็กกันโคลงด้านหลัง มาให้อีกต่างหาก แต่ในรุ่นกระบะทุกรุ่นไม่มีเหล็กกันโคลงหลัง มีเพียงแต่แหนบเป็นแบบ 5 ชั้น

       ผมมีข้อสรุปในใจแล้วว่า ระบบกันสะเทือนของ สตราดา รุ่น ขับ 4 นั้น เซ็ตมาได้ดี ในระดับไว้ใจได้ เข้าออกโค้ง ได้อย่างสบายใจ แต่รุ่นแกรนดิส คอยล์สปริงด้านหน้าจะนุ่มไปหน่อย ซึ่งกลับกลายเป็นว่า ส่งผลดีให้อาการหน้าทิ่มของตัวรถขณะเบรกกระทันหันนั้น ไม่อยู่ในระดับที่สร้างอาการช็อกในทันทีทันใด แต่เกิดขึ้นอย่างนุ่มนวล

       ขณะที่ด้านหลังนั้น แข็งไปสักหน่อย  ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อแกรนดิสไปใช้นั้น มีไม่มากนก ี่ซื้อไปบรรทุกแบบเต็มพิกัด ส่วนใหญ่ ใช้งานในแบบรถยนต์เพื่อการเดินทางต่างจังหวัดมากกว่า ดังนั้น การลดจำนวนแผ่นแหนบลงมาอีกสักแผ่นหนึ่ง หรือไม่ก็ยกชุดแหนบของ จี-แวกอนมาติดตั้งแทน น่าจะดีกว่า ขณะที่รุ่น จี-แวกอนนั้น แม้ว่าภาพรวมจะค่อนข้างดีแล้ว แต่หากลดความสูงของด้านท้ายลงมาอีก
    ประมาณ 1 นิ้วน่าจะช่วยให้การทรงตัวในย่านความเร็วสูง ดีขึ้นยิ่งกว่านี้อีก

    เครดิต : Jimmy headlight mag
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ธันวาคม 2012, 11:33:23 โดย ผู้ดูแล »

    Vertex

    • คนรักรถ
    • ****
    • กระทู้: 473
    • ระดับกำลังใจ = 26

      • ดูรายละเอียด
    • L200 Model : 1990 CYCLONE SUPERIOR & 1996 CYCLONE AERO BODY
    • L200 Zone : สมุทรปราการ
    • LCT. : 0200
    Re: ทดลองขับ Mitsubishi L-200 STRADA Grandis 2.8 TURBO Rally Master
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: 24 มีนาคม 2013, 00:47:52 »
  • Publish
  •  :o :o โอ้วววว เดิมๆ มันช้าขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...... 0-100 และความเร็วปลาย
    เครื่องตัวนี้แต่งหน่อยพิ่มหน่อย จะลงมาเหลือ 12 และ 13 วิ ได้ไม่ยาก
    สำหรับ 4D56 TURBO ผมถนัดมาก......

    wim2521

    • เด็กใหม่
    • *
    • กระทู้: 8
    • ระดับกำลังใจ = 0

    • 090-0027174 080-6266700
      • ดูรายละเอียด
    Re: ทดลองขับ Mitsubishi L-200 STRADA Grandis 2.8 TURBO Rally Master
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: 24 มีนาคม 2013, 17:53:34 »
  • Publish
  • ออโต้กับธรรมดา ข้อดีข้อเสียต่างกัน :D
    0806266700 ais  0900027174 dtac อะไหล่ซีเดีย http://www.lancer-club.net/forum/index.php?topic=118318.0


     

    Related Topics

      หัวข้อ / เริ่มโดย ตอบ กระทู้ล่าสุด
    1 ตอบ
    10303 อ่าน
    กระทู้ล่าสุด 27 มกราคม 2013, 21:57:26
    โดย ball
    3 ตอบ
    4557 อ่าน
    กระทู้ล่าสุด 09 กรกฎาคม 2015, 15:49:19
    โดย Damnyka


    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 

    Facebook Comments