ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หยุดก่อน !! ร้านค้า อนุญาตให้ 1 User / ร้านค้า ต่อ 1 กระทู้เท่านั้น หากฝ่าฝืน ลบ และ แบน ทั้งหมดครับ

ผู้เขียน หัวข้อ: ฝ่ายของผ้าที่ใช้ในการตัดชุดสูท (SUITING)  (อ่าน 384 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

virmb5359

  • เด็กใหม่
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 0
  • ระดับกำลังใจ = 0

  • คนรัก Mitsubishi L200
    • ดูรายละเอียด
    • สูท
สูท
สูทหญิง
เสื้อสูท
ชุดสูท
ซาฟารีสูท

สูท
ผ้าที่ใช้สำหรับตัดชุดสูท สามารถแบ่งออกเป็น 2 สังคมใหญ่ๆ ดังนี้

1) ผ้าที่ไม่มีส่วนผสมของขนสัตว์  มีหลากหลายพรรณ เช่น

- ผ้าฝ้าย (Cotton)
ข้อดี : ผ้าฝ้ายที่เนื้อดีจะตัดสูทได้ดูดี แต่ถ้าจะให้ดีพอที่เป็นผ้าฝ้ายที่ปนกับ lycra เพราะว่าจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับตัวผ้า สูทจะคงตัวได้ดี และรูปทรงไม่เสียง่าย
ข้อเสีย : ซีดง่ายและยับง่าย แต่ก็ยังไม่ง่ายเท่าผ้าลินิน ความเห็น: ถ้าไม่ปรารถนาร้อนเพราะผ้าขนสัตว์ หรือว่าไม่เรียกร้องเสียเงินซื้อสูทขนสัตว์เนื้อเบา น้ำหนักเบา ก็เลือกใช้สูทผ้าฝ้ายที่เนื้อแน่น และตัดเย็บดีก็จะได้สูทที่สวยไม่แพ้สูทขนสัตว์เลยค่ะ

- ลินิน (Linin)
ข้อดี : เป็นผ้าสูทที่เหมาะสำหรับหน้าร้อน ระบายอากาศได้ดี น้ำหนักเบา เหมาะสมที่จะใช้ตัดเป็นสูทลำลอง ไม่พอดีที่จะตัดเป็นสูททางการ สีที่นิยมใช้คือสีขาวหรือสีครีม
ข้อเสีย : ด่างพร้อยง่ายและป่นปี้ง่าย ไม่เหมาะกับท่องเที่ยว

- โพลีเอสเตอร์ (Polyester)
ข้อดี : ยับยาก ราคาไม่แพง แต่ปัจจุบันมีผ้าโพลีเอสเตอร์คุณภาพเยี่ยมๆ ดูหรูหรา เนื้อนุ่ม ถูกใจทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีมากมาย
ข้อเสีย : ใส่แล้วร้อน เนื้อผ้าระบายอากาศได้ไม่เป็นธรรมชาติเท่าผ้าฝ้าย และผ้าขนสัตว์

- ไมโครไฟเบอร์ (Micro Fible)
เป็นผ้าในตระกูลของโพลีเอสเตอร์ เนื้อจะดูพิสดารและนุ่มดีมาก

- เทฟลอน (Teflon)

2) ผ้าขนสัตว์หรือผ้าวูล

 สุดยอดของผ้าที่ใช้ตัดชุดสูทแบรนด์เนมส์ดัง ๆ ก็คือผ้าวูลที่มีส่วนประกอบของขนสัตว์เป็นส่วนประกอบหลัก จุดเด่นของผ้าวูลคือ เนื้อผ้าละเอียดเนียนนุ่ม ใส่สบาย มีความเงาลออ ดูหรูหรา มีสปริงอยู่ทรง ไม่ห่อตัว ทนทานดีมาก เมื่อตัดเป็นสูทแล้ว ทำให้ผู้สวมใส่ดูภูมิฐาน มีสง่า ชนิดของผ้าวูลแบ่งย่อยเป็น 2 ประเภท

2.1 ผ้าวูลผสม (Blended Wool) มีส่วนผสมของขนสัตว์และโพลีเอสเตอร์ คุณลักษณะใกล้เคียงกับผ้าวูลแท้ แต่คุ้มกัน รักษาง่ายกว่า แถมราคาถูกกว่าอีกด้วย

2.2 ผ้าวูลแท้ (Pure Wool) สุดยอดของสูทคุณภาพทำจากผ้า CASHMERE WOOL เพราะคงทนมาก สวมใส่ได้ทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว

ผ้าวูลแบ่งได้ดังนี้

Tweed

ข้อดี : เนื้อผ้าหนา น้ำหนักมาก ใส่แล้วอุ่นสบายดี เหมาะในที่อากาศเย็น ๆ
ข้อเสีย : คือ หนัก ปุถุชนอวบอั๋นใส่แล้วจะดูตัวใหญ่เกินไป เพราะผ้าหนา เป็นผ้าที่ใส่แล้วดูจะเป็นผู้ใหญ่ ไม่วัยรุ่น

Flannel

ข้อดี : เป็นผ้าวูลที่มีน้ำหนักที่สุด เนื้อผ้าทนทาน อุ่น เหมาะสำหรับเป็นสูทใส่หน้าหนาว สีที่การตั้งกฎเกณฑ์คือสีเทาเข้ม หรือมีลายเส้นนิดๆ
ข้อเสีย : คือ เนื้อผ้าหนา น้ำหนักล้นหลาม

Tropical

ข้อดี : เนื้อผ้าน้ำหนักเบาถึงเยี่ยวมาก เป็นผ้าวูลที่เหมาะสำหรับอากาศที่ร้อน
ข้อเสีย : เนื่องจากน้ำหนักเบา จึงยับย่อยง่าย (แต่ไม่ง่ายอย่างลินิน)

Worsted

 worsting คือกระบวนการการคัดเส้นวูลที่สั้นๆออกจากการทอ ทำให้ได้เส้นวูลที่ยาว ซึ่งผ้าจะเรียบและเนียนกว่าทนกว่าการทอโดยใช้เส้นด้ายสั้นบ้างยาวบ้าง ผ้าที่ผ่านกระบวนการนี้เป็นผ้าที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งจะมีสูทเป็นชุดแรก น้ำหนักจะเบาถึงปานกลาง เหมาะกับอากาศบ้านเรา และ คนที่ทำงานในห้องแอร์ เพราะด้วยเมืองไทยควรเลือกแบบที่ทอน้ำหนักเบาหน่อย ราคาอาจจะแพงสักนิด แต่เท่าทุนกว่า เพราะว่าทนนาน และใช้ได้หลายโอกาส

ข้อดี : มีความคงทนถาวรสูง ทนยับ และใส่ได้ตลอดปี มีทั้งแบบน้ำหนักเบาและพอประมาณ เลือกได้หลายแบบ
ข้อเสีย : ไม่มี

ราคาและคุณภาพของผ้าแต่ละส่วนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้

1) วัตถุดิบที่เอามาทอผ้า ถ้าขนของสัตว์นั้นเสาะหาทุมันก็ย่อมแพง เช่น lamb wool กับ cashmere wool ราคาต้องแตกต่างกัน

2) ลักษณะการทอผ้า ยิ่งทอเจ้าระเบียบมากเท่าไหร่ ผ้าก็จะยิ่งทนและราคาแพงขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ผ้าที่ทอ 60-80 twists ก็ย่อมถูกกว่าและจะเปล่าเกลี้ยงเกลาเท่าผ้าที่ทอด้วย 120 twists ผ้าสูทปกติควรจะเป็นการทอตั้งแต่ 100 twists ขึ้นไป แต่สูทผ้าวูลที่เหมาะสำหรับใส่เป็นนิตย์บ่อยๆ ควรจะเป็นการทอ 100-130 twists เพราะเนื้อผ้าจะไม่หนาหรือบางเหลือจาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Bloggang.com

 


Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12